แสงจ้ามิทันพ้นผ่านม่านตา ประตูเมืองเอียอุ๋นก็อยู่ตรงหน้าแล้ว เอียอุ๋นเมืองใหญ่ดั่งถิงถิงว่า ผู้คนมากมายดูคึกคักน่าสนใจไม่น้อยกว่าซ่านโหลว

           เสวี่ยคลี่พัดออก สะบัดข้อมือเบาๆเยื้องย่างราวกำลังชมเมือง

           “หากเจ้ายังเดินอ้อยส้อยเช่นนี้ ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน” เซียวฟงเอ่ยจบ พลันแยกตัวเดินออกไป

           “แล้วพวกเราจะพบกันที่ใด”

          “โรงเตี๊ยมชิงหลัว” เขาเอ่ย

         เสวี่ยหมุนกายครึ่งรอบก็พบว่าโรงเตี๊ยมสีแดงชาดสดใสนั้น อยู่เบื้องหลังของนางเอง

         “เช่นนั้นเราไปเดินสำรวจดูหน่อยเถิด”

         “เจ้าค่ะ”

 

         ในซอกมุมหลบเร้นสายตาชาวเมือง ร่างในชุดสีเข้มทะยานกายข้ามกำแพงรั้วแห่งหนึ่ง เมื่อเท้าถึงพื้นก็เบี่ยงกายเข้าแทรกระหว่างกำแพงกั้นระหว่างสองหลังคาเรือน หลบเลี่ยงผู้คนในบ้านอย่างเงียบเชียบ มือหนาดันก้อนอิฐออกหนึ่ง พลันเห็นกระดาษสอดอยู่ภายในก็ล้วงเปิดออกอ่าน เนื้อความยังให้เซียวฟงฉงนนัก

         ‘เสินซีออกมาเคลื่อนไหวอีกครา ครานี้หาใช่ฉกชิงของล้ำค่า ทว่าเพื่อล่าสังหารชาวยุทธ์สำนักธรรมะ’

        แม้เขาจะปะติดปะต่อรายชื่อผู้ตายเข้าด้วยกัน ยังไม่อาจคลายเงื่อนงำ ที่แท้จุดประสงค์ของมันมีสิ่งใดนอกจากสามสิ่งวิเศษ

        เซียวฟงเคลื่อนนิ้วขย้ำกระดาษในมือแน่นในคราเดียว พลันมือนั้นคลายออกก็เป็นฝุ่นผงสลายสิ้น

 

            ลานประลอง ยกสูงจากพื้นราวสี่ห้าศอก ผูกตกแต่งด้วยผ้าสีแดง ด้านบนเยื้องไปทางข้างหลังของเวทีเป็นระเบียงสูง มีบุรุษสูงวัยไว้เคราสั้นผมสีดอกเลานั่งเป็นประธาน ข้างกายนั้นมีเก้าอี้ว่างอยู่หนึ่ง รอบกายเขาล้วนเรียงรายด้วยบ่าวไพร่และผู้คุ้มกัน

รอบๆเวทีด้านล่างมีผู้คนชุมนุมกัน อึงมี่ แลยังริมเวทีก็เห็นชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่หลายคนดูเหมือนกำลังเตรียมพร้อม หากด้านหน้าเวทียังแน่นขนัดด้วยชาวบ้านยืนมุงดู

เมื่อครู่ระหว่างเดินตลาด เสวี่ยยินเสียงป่าวประกาศของผู้คนถึงงานนี้ มีหรือนางจะปล่อยโอกาสอันหายากนี้ไป การประลองเลือกคู่ใช่จะหาชมได้ง่าย หากไม่ใช่ธิดาของคหบดี หรือขุนนางชั้นสูงมีหรือจะแบกรับค่าใช้จ่ายการจัดงานนี้ได้

ยิ่งกว่าสิ่งใด หากธิดาผู้นั้นไม่ได้งดงามดั่งเทพธิดา มีหรือจะดึงดูดผู้กล้าเข้ามาเพื่อให้ถูกคัดเลือกเพียงหนึ่ง หนึ่งเดียวที่เหนือล้ำคู่ควรแก่สตรี

            ผู้คนที่ร่วมชมต่างวิจารณ์รูปลักษณ์ของผู้เข้าประลองต่างๆกัน ทว่าทั้งสิ้นล้วนเห็นพ้องว่าไม่อาจเลี่ยงการนองเลือด

ถิงถิงนั้นหาได้สนใจคำวิพากษ์ของผู้คน ทว่าสายตาสอดส่องหาเพียงเซียวฟง คราพบร่างสูงยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลก็ลากตัวเสวี่ยไปด้วยกัน

            “คุณชายเซียวฟง ท่านอยู่นี่ข้าค่อยเบาใจหน่อยเจ้าค่ะ” นางเอามือทาบอก 

            เสวี่ยหันมองเซียวฟงแล้วหรี่ตา ยกยิ้มดุจรู้ทัน

            “ท่านก็ สนใจมาดูเหมือนกันหรือนี่ ไยมิร่วมประลองด้วยเล่า ยินว่าคุณหนูเฟิงงดงามดั่งเทพธิดา ข้าว่าด้วยฝีมือระดับท่านคงล้มคู่แข่งได้มิเกินสามกระบวนท่าแน่” นางเอ่ยพลางกลั้วหัวร่อ

            เซียวฟงเพียงปรายหางตา